Follow us

ดั๊บเบิ้ล เอ พาน้องท่องโลกการอ่าน กับเรือหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก “โลกอส โฮป”

เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีผลการสำรวจการอ่านหนังสือของประชากรไทยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สรุปว่า เวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการอ่านหนังสือของประชากร อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป อยู่ที่วันละประมาณ 39 นาทีต่อวัน  ซึ่งสะท้อนให้เห็นสถานการณ์การอ่านในบ้านเราที่น่าเป็นห่วง เพราะการอ่านช่วยให้เกิดองค์ความรู้ ความคิดและจินตนาการจากหนังสือ สื่อสร้างปัญญา อีกทั้งยังช่วยให้เกิดสมาธิ การคิดวิเคราะห์ แรงบันดาลใจ หรือแม้แต่ให้ความสนุกเพลิดเพลินอีกด้วย

ดั๊บเบิ้ล เอ ในฐานะเอกชนที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเยาวชน จึงได้จัดกิจกรรม “ท่องโลกการอ่านกับเรือหนังสือลอยน้ำ โลกอส โฮป” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2  ในครั้งนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ มีโอกาสพาน้องๆจากโรงเรียน วัดบน "ประจงอนุสรณ์" จังหวัดฉะเชิงเทรา เยี่ยมชมเรือร้านหนังสือลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก “โลกอส โฮป”  ขององค์กรการกุศลประเทศเยอรมัน ณ ท่าเทียบเรือคลองเตย

เริ่มต้นการการเดินทางด้วยกิจกรรมบนรถบัสเพื่ออุ่นเครื่องเบาๆกันก่อน กับพี่ ๆ ดั๊บเบิ้ล เอ ซึ่งวันนี้มีพนักงานต่างชาติมาร่วมเป็นจิตอาสา ช่วยสอนคำศัพท์ง่ายๆ ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาฟิลิปปินส์ สร้างความสนุกสนาน และประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับน้องๆตื่นตัวกับการเข้าสู่ AEC ในปี 2558

เมื่อรถบัสดั๊บเบิ้ล เอ เดินทางมาถึงท่าเรือคลองเตย  ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาเยี่ยมชมเรือขนาดใหญ่แบบนี้  โดยบนเรือโลกอส โฮป มีหนังสือหลากหลายประเภทกว่า 5,000 รายการจากทั่วโลก และมีกิจกรรมสันทนาการจากลูกเรืออาสาสมัครกว่า 400 คน จาก 60 ประเทศ ทำให้น้องๆได้เรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษและความกล้าที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติไปพร้อมกัน    นอกจากนี้ภายในเรือยังมีพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับผู้เข้าเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์หรือพื้นที่พักผ่อนภายในเรือ สามารถต้อนรับผู้มาเยือนได้สูงสุด 800 คน

หลังจากเด็กๆสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของเรือแล้ว ดั๊บเบิ้ล เอ ยังสนับสนุนทุนเพื่อการซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด ให้เด็ก ๆ เลือกซื้อหนังสือที่ตนเองชอบ และแบ่งปันหนังสือให้เพื่อนได้อ่านกัน  ซึ่งเด็กๆต่างเลือกหนังสือที่ถูกใจกันอย่างเพลิดเพลิน

เด็กหญิงวิภาดา คำแหง หรือน้องอุ้ม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กล่าวว่า "ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นร้านหนังสือที่อยู่บนเรือแบบนี้ค่ะ ปกติหนูอ่านหนังสือไม่ค่อยบ่อย แต่มาวันนี้หนูอยากได้ อยากอ่านหนังสือนิทานมันมีสีสันสวยงาม น่าอ่านมากค่ะ พี่ๆชาวต่างชาติบนเรือนี้ใจดีมากค่ะ ถึงแม้ว่าหนูจะแปลไม่ออกว่าเขาพูดอะไร แต่หนูก็ทักทายด้วยการไหว้และพูดว่าสวัสดีค่ะ พี่ต่างชาติคนหนึ่งก็พูดกับหนูว่าสวัสดีค่ะ หนูดีใจมาก เขาพูดไทยได้ด้วย" น้องอุ้มพูดจบด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มพร้อมกับเปิดหนังสือนิทานภาษาอังกฤษดูอย่างชอบใจ

เมื่อเสร็จภารกิจเลือกดูหนังสือบนเรือแล้ว ดั๊บเบิ้ล เอ ยังพาเด็กๆไปเยี่ยมชมดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ เมืองหนังสือของคนไทย บนถนนสาทร 12 ที่มีหนังสือให้เลือกหลากหลายแนว เพื่อให้เด็กๆมีโอกาสเลือกหนังสือที่ชื่นชอบเข้าห้องสมุดโรงเรียน ถือเป็นการต่อยอดการอ่านให้เด็กแบบบูรณาการ

เด็กชายณัฐพล  ทับทิม หรือน้องเจอาร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กล่าวถึงความรู้สึกในกิจกรรมว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาทัศนศึกษาแนวนี้ครับ ผมชอบตั้งแต่เดินทางออกจากโรงเรียน ชอบทุกเกมที่เล่นระหว่างการเดินทางและวันนี้ผมได้ศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ๆจากพี่ๆดั๊บเบิ้ล เอครับ  รวมทั้งชอบที่เมืองหนังสือที่นี่มาก  มันกว้างและมีหนังสือเยอะ ผมชอบหนังสือนิทานครับ"

สำหรับโรงเรียนที่สนใจอยากพาคณะเข้ามาสัมผัสเยี่ยมชม ดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ เมืองหนังสือของคนไทยบนถนนสาทร 12 ก็สามารถติดตามสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  โทร.085 835 5682 เพราะที่นี่เปิดให้เข้ามาสู่โลกการอ่าน การเรียนรู้ได้ตลอดปี และมี School Visit ให้น้อง ๆ ได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนานอีกด้วย

การจะสร้างสถิติการอ่านของคนไทยให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องยาก หากทุกหน่วยในสังคมเริ่มที่จะใส่ใจเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม หันกลับมาใช้เวลาว่างกับการอ่านหนังสือกัน เพียงแค่เริ่มต้นอ่านวันละ 1 เรื่องหรือ 1 บทในหนังสือ อ่านทุกวัน ใน 1 เดือน เราก็ได้ความรู้ ความคิดดีๆแล้ว 30 เรื่อง... และต่อไปเราอาจจะได้ยินคำทักทายใหม่ว่า “วันนี้คุณอ่านหนังสือแล้วหรือยัง?”

ภาพประกอบสกู๊ป

พี่ๆดั๊บเบิ้ล เอ สอนภาษาให้น้องระหว่างเดินทาง
ตื่นเต้นได้ขึ้นเรือหนังสือที่ใหญ่ที่สุด
อาสาสมัครต่างชาติบนเรือกล่าวต้อนรับคณะ
กิจกรรมท่องโลกการอ่าน
น้องอุ้มกำลังเลือกนิทานที่ชอบบนเรือโลกอสโฮป
เยี่ยมชมดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ เมืองหนังสือของคนไทย
น้องเจอาร์เเลือกหนังสือในดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊คทาวเวอร์
ได้หนังสือกลับไปให้เพื่อนๆอ่านเพียบเลย

ข่าวประชาสัมพันธ์

Double A ร่วมสนับสนุนงาน World Expo 2020 Dubai ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สายตาทั่วโลก

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกิจกรรม “Thailand Pavilion Launch & Networking Reception” ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) งาน World Expo 2020 Dubai ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 มหกรรมงานระดับโลก ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 -31 มีนาคม 2565 ณ เมืองดูไบ เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริม และสร้างโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทยผ่านการลงทุน การค้า สู่สายตาประชาคมโลก โดยมี นายวราวุธ ภู่อภิญญา (คนกลาง) เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม ณ โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัว “กระดาษคราฟท์” พร้อมจำหน่าย รองรับตลาดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “กระดาษคราฟท์” เพื่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กำลังการผลิต 250,000 ตันต่อปี พร้อมทำการตลาดและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าสร้างรายได้ 3,000 ล้านบาทต่อปี นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า ความต้องการกระดาษคราฟท์ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกมีประมาณ 164 ล้านตันต่อปี และยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเฉลี่ยประมาณปีละ 2.5 % โดยตลาดในแถบเอเชียแปซิฟิค ถือเป็นตลาดที่มีความต้องการบริโภคกระดาษคราฟท์มากที่สุดในโลก หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิคที่ไม่รวมประเทศจีน ก็มีความต้องการมากถึง 30 ล้านตันต่อปี และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด คือ 4 % ต่อปี ทั้งนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดกระดาษคราฟท์มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการลงทุนสร้างโรงเยื่อ RECYCLE PULP (RCP) แห่งใหม่ขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท มีการเดินเครื่องจักรเรียบร้อยแล้ว และได้ปรับกระบวนการผลิตของโรงกระดาษที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงโรงกระดาษ 1 ที่จังหวัดปราจีนบุรี มาผลิตกระดาษคราฟท์ กำลังการผลิตอยู่ที่ 250,000 ตันต่อปี และมีผลิตภัณฑ์แรกที่พร้อมจำหน่ายแล้ว คือ กระดาษคราฟท์เพื่อทำลอนกล่องลูกฟูก CORRUGATED MEDIUM (CM) สำหรับการทำตลาดกระดาษคราฟท์นั้น ดั๊บเบิ้ล เอ วางแผนทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มจากประเทศในแถบเอเชียก่อน โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการที่ดั๊บเบิ้ล เอ มีเครือข่ายการตลาดทั่วโลก นอกจากนี้ กำลังการผลิตส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานกล่องกระดาษของดั๊บเบิ้ล เอ ด้วย เพื่อทดแทนการใช้วัตถุดิบจากภายนอก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับดั๊บเบิ้ล เอ ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท และช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของดั๊บเบิ้ล เอ มากขึ้น เนื่องจากตลาดกระดาษเพื่อบรรจุภัณฑ์ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ปัจจุบัน ดั๊บเบิ้ล เอ มีผลิตภัณฑ์หลัก คือ เยื่อกระดาษใยสั้น กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษสำนักงาน และผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มกระดาษ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มทั่วไป ได้แก่ ปากกา ปากกาเน้นข้อความ ปากกาลบคำผิด เครื่องเย็บกระดาษ กระเป๋าผ้า ซึ่งมีการจำหน่ายในทุกช่องทาง รวมทั้งช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ delivery.doubleapaper.com ซึ่งบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อรองรับกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานในยุค New Normal สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียดของผลิตภัณฑ์กระดาษคราฟท์ สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่โทร.085 835 3794 (สำหรับลูกค้าในประเทศ) และโทร.085 835 4098 (สำหรับลูกค้าต่างประเทศ)

ดั๊บเบิ้ล เอ สร้างปรากฏการณ์สุดเจ๋งใน MV วง OK GO ตอกย้ำกระดาษคุณภาพที่ผู้ใช้ทั่วโลกไว้วางใจ

ปรากฏการณ์ใหม่ระดับโลกเมื่อดั๊บเบิ้ล เอจับมือกับศิลปินวง OK GO วงดนตรีสุดครีเอท แนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก จากสหรัฐอเมริกา ที่มีผลงานเพลงและมิวสิค วิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางสร้างเซอร์ไพร์สให้กับแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง ในมิวสิควิดีโอเพลง Obsession ด้วยเทคนิค Paper Mapping เป็นครั้งแรกของโลก โชว์คุณภาพดั๊บเบิ้ล เอ ที่ส่งออกไปแล้วกว่า 130 ประเทศ โดยศิลปิน OK GO ได้สัมผัสถึงความเรียบลื่นและคุณสมบัติเด่นของกระดาษดั๊บเบิ้ล เอที่ สามารถพรินต์ออกมาโดยไร้อุปสรรคใดๆ จนเกิดแรงบันดาลใจ“OBSESSION for Smoothness” ในการนำมาสร้างสรรค์ฉากอลังการที่น่าตื่นตาตื่นใจในมิวสิควิดีโอชุดนี้ ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ เห็นถึงความเป็นสากลของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ของวง OK GO ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ สื่อสารภาพลักษณ์ ที่เฟรชขึ้น สนุกขึ้น แต่ยังคงหนักแน่นในเรื่องคุณภาพสินค้าที่ทุกคนไว้วางใจ

ดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์ ได้รับมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ 3 ปีซ้อน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบรางวัลมาตรฐานคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ ประจำปี 2012 (Thailand Franchise Quality Award 2012) ให้กับ ศูนย์ถ่ายเอกสาร ดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์ โดยมีนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เข้ารับมอบ เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองว่าเป็นธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ มีความน่าเชื่อถือ สามารถตัดสินใจเข้าร่วมทำธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ได้ ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์ได้รับการรับรองมาตรฐานมา 3 ปีซ้อนตั้งแต่ปี 2552 จากการประเมินทุก 2 ปี สำหรับดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์ เป็นธุรกิจศูนย์ถ่ายเอกสารครบวงจร ด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการจัดการและการทำตลาดอย่างเป็นระบบ ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็กให้อยู่รอดอย่างมั่นคง ปัจจุบันมีศูนย์ดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์กว่า 500 ศูนย์ทั่วประเทศ

ดั๊บเบิ้ล เอ สนับสนุนจัดแรลลี่เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี เพื่อลดโลกร้อน

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ ( 1991 ) จำกัด (มหาชน) มอบต้นกระดาษให้กับ นายจรัลธาดา กรรณสูต ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ พร้อมงบประมาณเพื่อสนับสนุนจัดแรลลี่เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ "80 พรรษามหาราชินี" ของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย โดยมีกิจกรรมให้ผู้เข้าแข่งขันร่วมกันปลูกต้นกระดาษ เพื่อลดโลกร้อน ณ วัดเขาพระ จ.สระบุรี ในเส้นทางแรลลี่สู่เขาใหญ่ โดยรายได้จากการจัดแรลลี่จะนำทูลเกล้าถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

ดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ ส่งเสริมรักการอ่าน ต้อนรับโรงเรียนเบญจวรรณศึกษา

เมื่อเร็วๆ นี้ ดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ เมืองหนังสือของคนไทยบนถนนสาทร 12 จัดกิจกรรมพาคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเบญจวรรณศึกษา เยี่ยมชมเมืองหนังสือ ที่รวบรวมหนังสือหลากหลายประเภทจากสำนักพิมพ์ต่างๆกว่า 1,000 แห่งให้เยาวชนไทยได้เลือกสรร และเป็นแหล่งพักผ่อนให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อฝึกทักษะตามหมวดวิชา และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนให้เด็กไทยรักการอ่าน และเตรียมตัวเข้าสู่เมืองหนังสือโลก ในฐานะที่ดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ เป็นหนึ่งในภาคีผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งการอ่าน ในปี พ.ศ.2556 (World Book Capital 2013) ตามนโยบายของ UNESCO สำหรับผู้สนใจสามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.doubleabooktower.com

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมโครงการ "รวมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง"

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ กระดาษจากคันนา เพื่อลดโลกร้อน รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในโครงการ "รวมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง" จาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ดั๊บเบิ้ล เอ เข้าร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในชุมชนช่วยกันดูแลรักษาคูคลองอันเป็นเส้นทางระบายน้ำในเขตกรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาการอุดตัน ไม่ให้เกิดผลกระทบดังเช่นมหาอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว ณ ลานเอนกประสงค์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

Double A ชวนร่วมสนุก รับฟรี!! บัตรชมภาพยนตร์ 60 ที่นั่ง พร้อมลุ้นรับรางวัลกว่า 20,000 บาท

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการตัดสินคัดเลือกผลงานของผู้ที่มีไอเดียเด็ดๆ โดนๆ เกี่ยวกับวิธีลดโลกร้อน สร้างโลกสีเขียวแล้ว สำหรับกิจกรรม "ปลูกรอยยิ้มกับกระดาษจากคันนา" ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 20,000 บาท และเจ้าของผลงานที่เข้ารอบ จำนวน 20 ผลงาน ยังสามารถชวนเพื่อน เพื่อไปร่วมทริปสุด excusive กับซุป’ตา คมเข้ม พี่ปอ-ทฤษฎี อีกด้วย แค่นี้ยังไม่พอ Double A ใจดี อยากแจกแบบดั๊บเบิ้ล! พิเศษสำหรับ 30 ท่านแรกที่ส่งผลงานทั้งภาพนิ่งและคลิปวิธีโอ ภายใต้แนวคิด "คุณก็ปลูกรอยยิ้มได้" ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายนนี้ รับไปเลย..บัตรชมภาพยนตร์ 60 ที่นั่ง!! ฟรี!! ผู้ที่ส่งผลงานแล้วกรุณาส่งมาแจ้งมาที่ eventinfo@doublea1991.com แล้วทางทีมงานจะติดต่อกลับไป อ่านกติการ่วมสนุกและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ปลูกรอยยิ้มกับกระดาษจากคันนา.com *ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงของรางวัลในมูลค่าที่เท่ากันโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมสนับสนุน โครงการ "ประติมากรรมใต้ทะเลไทยเฉลิมพระเกียรติ" แห่งแรกในไทย ฟื้นฟูธรรมชาติใต้ท้องทะเลอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ส่งผลกระทบต่อโลกของเราอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตแผ่นดินไหว อุทกภัย การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ทั้งจากความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติด้วยกันเอง และที่สำคัญคือจากฝีมือมนุษย์ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อรักษาโลกของเรา ด้วยเหตุนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ กระดาษจากคันนา เพื่อลดโลกร้อน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและแนวคิดในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง จึงร่วมกับจังหวัดตราด สนับสนุนโครงการ "ประติมากรรมใต้ทะเลไทยเฉลิมพระเกียรติ" ขึ้น เนื่องจากปัญหาความเสื่อมโทรมใต้ทะเล โดยเฉพาะปะการัง ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ปะการังฟอกขาว ทำให้ปลาน้อยใหญ่และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลดจำนวนลงเรื่อยๆ โครงการนี้จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูและอนุรักษ์ธรรมชาติใต้ทะเลให้กลับคืนมา และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สวยงามอีกด้วย